อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
056-729-002
ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 16:30 น.
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

เชื่อว่า รายชื่อสถานที่สุดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวแนวเดินป่าศึกษาธรรมชาติจะต้องมีชื่อของ “อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว” อยู่ในอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตั้งตระหง่านเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจยามมาเยือนอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวก็คือ จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงส์ ที่ด้านบนจะมีถ้ำขนาดเล็กที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฎมาร์แชล ซึ่งเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ เหมาะสำหรับขึ้นไปชมทิวทัศน์และดวงอาทิตย์ตก ถ้าหากใครอยากชมภาพดวงอาทิตย์ขึ้นก็ต้องมาที่ จุดชมทิวทัศน์ภูค้อ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นและหมอกเริ่มจาง ก็จะมองเห็นผืนป่าสวนสนภูกุ่มข้าวสลับกับป่าดงดิบ โดยมีฉากหลังเป็นภูกระดึงและภูผาจิต นอกจากนี้ ยังมีถ้ำใหญ่น้ำหนาวหรือถ้ำน้ำริน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาค้างคาวจำนวนมาก แต่ที่แปลกตากว่านั้นก็คือ มีน้ำไหลรินออกมาจากปากถ้ำ รวมทั้งน้ำตกตาดพรานบาและน้ำตกเหวทรายสำหรับแวะมาพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ชอบเดินป่าชมธรรมชาติ ขอแนะนำเส้นทางไปยัง ผาล้อมผากอง ที่แวดล้อมไปด้วยป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ระยะทางเดินจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.2 (ภูผากลางดง) ประมาณ 5 – 7 กิโลเมตร อีกแห่งที่อยากแนะนำคือ สวนสนบ้านแปกหรือดงแปก มีทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงหมายเลข 12 (ดอยหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อไปถึงก็จะพบกับความสวยแปลกตาของป่าสนสองใบ ระหว่างทางอาจได้พบสัตว์ป่าและนกหลายชนิด หากได้ไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมจะเป็นช่วงเวลาที่กล้วยไม้ป่าออกดอกพอดี

ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวนั้นมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงสามารถมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าอยากสัมผัสอากาศหนาวจัดและชมความสวยงามของป่าเปลี่ยนสี แนะนำว่าต้องมาช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม

interesting
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
1 จุดชมพระอาทิตย์ตกถ้ำผาหงส์
2 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นภูค้อ
3 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
4 เส้นทางเดินป่า
5 ป่าสน
แผนที่
การเดินทาง

โดยรถยนต์
จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ประมาณ 39 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 12 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ