พระราชวังจันทน์เป็นพระราชวังโบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ทางด้านทิศเหนือของเมืองพิษณุโลก เป็นสถานที่เสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นที่ประทับของพระองค์เมื่อทรงดำรงตำแหน่งอุปราช โดยในขณะนั้นเมืองพิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของกรุงศรีอยุธยา
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานพร้อมประกาศขอบเขตที่ดินโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ. 2537 รวมเนื้อที่ 128 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา หลังจากที่เคยขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ พ.ศ. 2479 และได้ดำเนินการขุดค้น บูรณะ และปรับภูมิทัศน์พระราชวังจันทน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2547เป็นต้นมา
ผลการดำเนินงานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าพระราชวังจันทน์มีหลักฐานการก่อสร้างและบูรณะ ซ่อมแซม อย่างน้อย 3 สมัย โดยพระราชวังจันทน์สมัยแรกนั้น สันนิษฐานว่าอยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20 – พุทธศตวรรษที่ 21 แต่ไม่สามารถระบุขอบเขตได้ชัดเจน พบแนวโบราณสถานก่ออิฐยาวจากด้านทิศเหนือลงมาทางด้านทิศใต้ ประมาณ 90 เมตร สันนิษฐานว่าน่าจะใช้ประโยชน์เป็นเขื่อนป้องกันดินพังทลายหลักฐานของพระราชวังจันทน์ในสมัยแรกนี้ น่าจะอยู่ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เจ้าสามพระยาเสด็จขึ้นมาครองเมืองชัยนาท จนถึงช่วงระยะเวลาที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองพิษณุโลกเป็นระยะเวลายาวนานถึง 25 ปี จนกระทั่งเสด็จสวรรคต
ต่อมาในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21 – 22 มีการสร้างอาคารและแนวกำแพงพระราชวังจันทน์อีกครั้งหนึ่ง พระราชวังจันทน์ในสมัยที่สองนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีการแบ่งพื้นที่วังออกเป็นสามส่วน คือ วังชั้นนอก วังชั้นกลาง และวังชั้นใน สันนิษฐานว่าอาคารในสมัยที่สองน่าจะเป็นอาคารไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ช่วงระยะเวลาที่น่าจะมีความสัมพันธ์กับพระราชวังจันทน์ในสมัยที่สองมากที่สุด น่าจะตรงกับระยะเวลาตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรเสด็จมาประทับที่เมืองพิษณุโลกในฐานะพระมหาอุปราช ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเวลาที่สมเด็จพระมหาธรรมราชา ครองเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น่าจะมีการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เสด็จครองราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา และโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนเรศวร เสด็จมาประทับที่พระราชวังจันทน์ในฐานะพระมหาอุปราช พระราชวังจันทน์ในสมัยที่สองจึงมีขอบเขตของพระราชวังกว้างขวางมากที่สุด และมีสิ่งก่อสร้างซ้อนทับกันเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นร่องรอยการอยู่อาศัยที่ต่อเนื่องยาวนาน
ในราวพุทธศตวรรษที่ 23 มีการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังจันทน์อีกครั้งหนึ่ง โดยการปรับทิศทางของพระราชวังจันทน์ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่ยังคงแบ่งพื้นที่ของพระราชวังออกเป็นสามส่วน คือ วังชั้นนอก วังชั้นกลาง และวังชั้นใน อาคารในสมัยที่สามที่ยังคงเหลือหลักฐานมากที่สุด คือ ฐานรากของอาคารที่สันนิษฐานว่าเป็นท้องพระโรง สันนิษฐานว่าพระราชวังจันทน์สมัยที่สาม (สมัยสุดท้าย) น่าจะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์
ความเป็นมา
ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ทางด้านทิศใต้ของพระราชวังจันทน์ อาคารศูนย์ประวัติศาสตร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมศิลปากร มูลนิธิเย็นศิระเพราะพระบริบาล บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และจังหวัดพิษณุโลก โดยกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังจันทน์ ตามแผนงานส่งเสริมการศึกษาและการท่องเที่ยว เพื่อจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองพิษณุโลก พระราชวังจันทน์ และการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
ลักษณะเป็นกลุ่มอาคารชั้นเดียว โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประกอบด้วยอาคารหลายหลังเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินเชื่อม รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว แยกส่วนหลังคาอาคารกับทางเดินเชื่อม สัดส่วน ทรวดทรงอาคารและองค์ประกอบ นำเอาลักษณะสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นมาปรับใช้ในงานออกแบบ วัสดุอาคารเป็นวัสดุในท้องถิ่นผสมกับวัสดุสมัยใหม่ เน้นความกลมกลืนกับพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เป็นโบราณสถาน
การจัดแสดงนิทรรศการถาวร
ภายในส่วนจัดแสดงแบ่งพื้นที่ออกเป็น ส่วนต้อนรับ ส่วนนิทรรศการถาวร และส่วนนิทรรศการหมุนเวียน สำหรับนิทรรศการถาวรนั้นแบ่งการจัดแสดงออกเป็นเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. พิษณุโลก : เมืองประวัติศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำน่าน เป็นการแสดงภาพรวมของจังหวัดพิษณุโลก ทั้งลักษณะทางกายภาพ ภูมิศาสตร์ และข้อมูลพื้นฐานของจังหวัด
2. บันทึกประวัติศาสตร์ 9 ศตวรรษเมืองพิษณุโลก เป็นการแสดงเรื่องราวของเมืองพิษณุโลกในระยะ 900 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่กำเนิดเมืองสองแควจนถึงปัจจุบัน โดยเทียบเคียงระยะเวลากับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โลก
3. พระราชวังจันทน์ : ศิลปกรรมและงานช่างหลวงพิษณุโลกแสดงเรื่องราวทางด้านศิลปกรรมชิ้นเอกของเมืองพิษณุโลก เช่น พระพุทธชินราช ประติมากรรมพระอัฏฐารสขนาดย่อส่วน และโบราณสถานสำคัญของเมืองพิษณุโลก เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดจุฬามณี วัดเจดีย์ยอดทอง วัดศรีสุคต วัดโพธิ์ทอง วัดวิหารทอง และพระราชวังจันทน์ ในส่วนของพระราชวังจันทน์และวัดสำคัญทั้งสามวัดในเขตพระราชวังจันทน์ ได้แก่ วัดวิหารทอง วัดศรีสุคต และวัดโพธิ์ทอง นั้น เน้นที่การจัดแสดงแบบจำลองของวัดทั้งสามในสภาพสมบูรณ์ และแบบจำลองพระราชวังจันทน์ ในสภาพสมบูรณ์ จากห้องนี้ผู้ชมสามารถใช้กล้องส่องไปยังพระราชวังจันทน์ในพื้นที่จริงได้ นอกจากนี้ยังมีการจำลองโบราณวัตถุชิ้นสำคัญไว้ด้วย
4. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช : จากเจ้านายเล็ก ๆ แห่งวังจันทน์ สู่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของชาติไทย แสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีการจำลองพระมาลาเบี่ยง พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง พระแสงดาบคาบค่าย และพระแสงของ้าวพลพ่าย เพื่อแสดงความเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนสำคัญที่สุด คือ พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่มีนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับวีรกรรมการรบครั้งสำคัญของพระองค์อยู่โดยรอบ
วัดวิหารทอง
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระราชวังจันทน์ เจดีย์ประธานมีรูปแบบเป็นพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น สภาพในปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐานเขียงและฐานบัวลูกฟัก ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระปรางค์เป็นวิหารขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระอัฏฐารส ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานในอุโบสถวัดสระเกศ ทั้งนี้ได้จำลองพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวขนาดเท่าองค์จริงมาประดิษฐานไว้ในวิหารตามเดิม ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระปรางค์เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมมีลักษณะเหมือนกับวิหาร คือ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ใช้ผนังรับน้ำหนักโครงสร้างหลังคาที่เป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ผนังอาคารมีการเจาะช่องแสง นอกจากนี้ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์ ยังปรากฏร่องรอยของอาคารขนาดเล็ก สันนิษฐานว่าเป็นศาลา เมื่อพิจารณาหลักฐานจากการขุดค้น – ขุดแต่งวัดวิหารทอง ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรมและหลักฐานโบราณวัตถุ สันนิษฐานว่าวัดวิหารทองน่าจะสร้างขึ้นในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20 – 21
วัดศรีสุคต
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกกำแพงพระราชวังจันทน์ โบราณสถานแห่งนี้ประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆัง มีเจดีย์รายประจำมุมทั้งสี่มุม ทางด้านหน้ามีวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทางด้านทิศใต้ของวิหารเป็นอุโบสถซึ่งเหลือหลักฐานเพียงส่วนฐานเขียงรองรับฐานบัว
หลักฐานจากการขุดแต่ง ทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่าวัดศรีสุคตน่าจะเป็นวัดที่มีอยู่ก่อนการสร้างพระราชวังจันทน์ ต่อมาเมื่อมีการสร้างพระราชวังจันทน์ขึ้นทางด้านหน้าของวัดก็คงมีการปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะวัดศรีสุคตไปพร้อมกันด้วย กำหนดอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20 – 21
จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ขับรถข้ามสะพานนเรศวรมาเล็กน้อย หาทางกลับรถไปเชิงสะพานนเรศวรอีกครั้ง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวังจันทร์ ตรงมาอีก 200 เมตร พระราชวังจันทน์จะอยู่ด้านซ้ายมือ