ต้องบอกก่อนเลยว่า เมืองตรัง อดีตเมืองท่าค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่หมูย่างอร่อย แต่ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ครบทุกอย่าง ทั้งธรรมชาติ ขุนเขา ท้องทะเล ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม
ด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดตรัง นั้น เป็นเนินเล็กเนินน้อยสลับกับที่ราบ ทำให้เชื่อกันว่า ชื่อ “ตรัง” นั้นมาจากคำว่า "ตรังคะ" ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่าลูกคลื่น ส่วนอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่า ตรังมาจาก "ตรังเค" ภาษามลายู แปลว่า "รุ่งอรุณ" หรือ "สว่างแล้ว" เพราะสมัยก่อน เรือสินค้าจากมลายูจะแล่นมาถึงที่นี่ตอนสว่างพอดี เอาเป็นว่า ขอเรียกรวมเป็น ลูกคลื่นแห่งรุ่งอรุณไปเลยก็แล้วกัน
มาถึงตรังทั้งที จุดหมายแรกที่นักท่องเที่ยวมักจะมุ่งหน้าไปกันก็คือ บรรดาเกาะสวยงามต่างๆ เช่น เกาะมุก เกาะไหง เกาะเชือก เกาะม้า และถ้ำมรกต ที่น้ำทะเลใสแจ๋ว จนสามารถมองเห็นบรรดาฝูงปลาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่รอบๆ รวมไปถึงปะการังสีสวยที่อยู่ใต้ท้องทะเลอีกด้วย
ส่วนใครที่อยากดูวิถีชีวิตพร้อมชิมของอร่อย ห้ามพลาดถนนคนเดิน บริเวณหน้าสถานีรถไฟตรังเด็ดขาด แต่ก่อนไปควรเตรียมท้องให้ว่าง เพื่อเตรียมตัวชิมอาหารและขนมพื้นบ้านกันแบบเต็มที่ได้เลย ที่สำคัญ อย่าลืมแวะมาที่สถานีรถไฟกันตัง สถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งยังคงความดั้งเดิมและความสวยงามทรงปั้นหยาอยู่ สถานีแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร จึงถือเป็นจุดไฮไลท์ห้ามพลาดเด็ดขาด





